หลักใหญ่ของการติวสอบ hsk ให้ได้ผล

การติวสอบ HSK จะมีการแยกสอนทีละพาร์ท ซึ่งจะทำให้นักเรียนเข้าใจข้อสอบแต่ละพาร์ทอย่างละเอียด แตกต่างจากที่อื่นที่สอนทำข้อสอบเป็นชุดๆ สอนทั้ง 3 พาร์ทไปพร้อมๆกัน ซึ่งนักเรียนที่พื้นฐานไม่ดีจะสับสน โดยผู้สอนจะมีการอธิบายข้อสอบ ทุกข้อ เป็นไปอย่างละเอียด พร้อมให้เหตุผล และเสริมตัวอย่างเพิ่มเติม วิธีนี้จะเหมาะกับนักเรียนที่ไม่เคยสอบมาก่อน โดยเมื่อนักเรียนมีพื้นฐานดีแล้ว จะไปซื้อหนังสือข้อสอบมาทำเองก็ได้ แตกต่างจากที่อื่นที่เน้นให้ทำข้อสอบจำนวนมากอย่างเดียว แต่ทางเราจะให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนไปพร้อมๆกัน

รวมถึงยังจะเน้นพื้นฐานไวยากรณ์ที่ดี เพิ่มความเร็วในการอ่านบทความภาษาจีน และช่วยแก้ปัญหาเรื่องคำศัพท์ โดยเหล่าซือผู้สอน HSK ต้องเตรียมเอกสารการเรียนของนักเรียนอย่างหนัก ทั้งทำเฉลยข้อสอบและคำอธิบาย เพราะหนังสือเรียน HSK ทุกๆเล่มที่ขายอยู่อธิบายไม่ละเอียดพอ มีเอกสารเสริมพิเศษด้านการฟัง ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาการฟังสำนวนและคำแสลงจีนที่ใช้ในภาษาพูด และยังแฝงไปด้วยคำศัพท์เฉพาะในระดับนั้นๆให้นักเรียนจำอย่างเจาะจง ไม่เหมือนที่อื่นให้จำไปทุกระดับพร้อมๆกัน โดยไม่แยกระดับให้ผู้เรียน

ที่สำคัญยังจัดให้มีการสอบวัดระดับนักเรียนก่อนเรียนฟรี เพื่อให้นักเรียนและเหล่าซือได้รู้จุดอ่อนจุดแข็งของนักเรียน เพื่อการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด นักเรียนก็จะมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และนำมาพัฒนาจุดที่ตัวเองยังก้าวไปไม่ถึง ทั้งนี้การทุ่มเทพัฒนาการเรียนรู้และการสอบ HSK ให้กับผู้เรียนทุกคนย่อมเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่จีนหรือในไทย ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปอย่างยิ่งเลยละคะ

การเรียน TOEFL เพื่อสอบเข้าเรียนที่ต่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น

การเรียน TOEFL ย่อมาจาก Test Of English as a Foreign Language แปลว่า การทดสอบภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ เป็นการทดสอบวัดความรู้ในภาษาอังกฤษตามมาตรฐานของภาษาอังกฤษอเมริกันในทวีปอเมริกาเหนือ สำหรับนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ถ้าประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักนักศึกษาที่มาจากประเทศอื่นจำเป็นต้องทดสอบโทเฟิลนี้ การสอบโทเฟิลจัดทำโดย Educational Testing Service (ETS) มีครั้งแรกในปี พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) และยังคงมีการสอบในปัจจุบันโดยรูปแบบการสอบมีการปรับปรุงเปลียนแปลงตลอดเวลา

เริ่มแรกโดยการทำข้อสอบกับกระดาษ (PBT – Paper-Based Test) อันนี้เรารู้จักกันดี ต่อมาสอบกับคอมพิวเตอร์โดยการบรรจุข้อสอบลงในคอมพิวเตอร์และให้เราลงในคอมเลย (CBT – Computer-Based Test) แต่ ณ เวลานี้เป็นการทดสอบกับคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม แต่ข้อสอบอยู่ที่ศูนย์ของเขาและจะออนไลน์ข้อสอบผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเมื่อผู้เข้าสอบพร้อม ซึ่งไม่มีใครรู้ก่อนแน่นอนว่าข้อสอบมีอะไรบ้าง เป็นการป้องกันการรั่วไหลข้อสอบได้ดีเยี่ยมซึ่งเรียกว่าข้อสอบแบบ iBT (Internet-Based Test) โดยวัดผลครบทั้ง 4 ทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน กลุ่มใหญ่เลยที่ต้องสอบและเรียน TOEFL คือ ผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ แต่ต้องการเรียนต่อต่างประเทศที่ทำการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่นั่นแหละ นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ที่สอบชิงทุนเรียนต่อซึ่งผู้ให้ทุนก็อยากได้คะแนนนี้ไปพิจารณาการให้ทุนเรียนต่อต่างประเทศและอาจจะบริษัทต่างประเทศที่ต้องการทราบว่าภาษาอังกฤษคุณดีแค่ไหน เพื่อพิจารณาการรับเข้าทำงานและอาจจะมีอื่นๆอีกครับ แต่หลักๆก็มีประมาณนี้แหละ ในปัจจุบันมหาลัยต่างๆทั่วโลกมากกว่า 8,500 แห่ง จากกว่า 130 ประเทศ ให้การยอมรับคะแนนที่ได้จากเรียน TOEFL แต่คะแนนที่เขายอมรับได้ก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ บางมหาวิทยาลัยแค่ได้คะแนน 70 กว่าก็เข้าเรียนได้ แต่บางมหาลัยก็สูงกว่าต้องดูมหาลัยแต่ละแห่งว่าเขารับได้แค่ไหน